1. หน้าหลัก   >  กิจกรรม   >  >> การประชุมปรึกษาหารือรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พ.ศ. 2566-2570)  

ย้อนกลับ

>> การประชุมปรึกษาหารือรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พ.ศ. 2566-2570)


ผู้เข้าชม : 66

 

          ตามมติคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (ก.บ.ภ.) ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2564 โดยมีนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) เป็นประธาน เห็นชอบ นโยบาย หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด พ.ศ. 2566 – 2570 รวมทั้งหลักเกณฑ์การจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด หลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำงบประมาณ พ.ศ.2566 - 2570 ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด

          ซึ่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. 2551 มาตรา 27 วรรค 2 ที่กำหนดให้กลุ่มจังหวัดต้องนำร่างแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดเข้ารับฟังความคิดเห็นประชุมปรึกษาหารือร่วมกับบุคคลจากภาคส่วนต่าง ๆ  

         1. การรับฟังความคิดเห็น

                   โดยปัจจุบันได้เกิดสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เพื่อให้สอดคล้องกับการเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ได้จัด การประชุมปรึกษาหารือในรูปแบบผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ระบบ Zoom เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2564 เวลา 09.30 – 12.00 น. เพื่อเป็นการรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด พ.ศ. 2566-2570 จากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐ ตลอดจนภาคเอกชนและประชาสังคมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1  

          2. ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ

              กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ขอสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม ดังนี้

นายพยงค์ ยาเภา (หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุตรดิตถ์) :

                    - ขอเพิ่มเติมประเด็นที่ 1 วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ที่บอกว่า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสนับสนุนการค้า การลงทุนของจังหวัด ขอเพิ่มเป็นกลุ่มจังหวัดและจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้ชัดขึ้น เพราะเกรงว่าบางโครงการที่จะไปตอบสนองใคร แต่ไม่ตอบสนองกลุ่ม เพราะว่าในลักษณะเสนอเป็นงบประมาณกลุ่มจังหวัด

                   - ขอเพิ่มเติมประเด็นที่ 2 แนวทางการพัฒนา ข้อ 1-3 เห็นชอบแล้วตามเดิม แต่ขออนุญาตเพิ่มเติมแนวทางการพัฒนาอีก 2 ข้อ เพื่อให้ครอบคลุมสิ่งที่ทางกลุ่มจังหวัดเราได้ต่อสู่ รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และได้ดำเนินกิจกรรมที่เห็นผลอย่างต่อเนื่อง และเป็นการเริ่มต้น/ริเริ่มของภาคเอกชนที่เข้มแข็งที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

- ขอเพิ่มเติมแนวทางการพัฒนาข้อที่ 4 สนับสนุนการพัฒนา LIMEC ควรเพิ่มเป็นการสนับสนุนพัฒนาของ LIMEC และสี่แยกอินโดจีน

- ขอเพิ่มเติมแนวทางการพัฒนาข้อที่ 5 การพัฒนาการค้าชายแดนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 เป็นกลุ่มจังหวัดเดียวที่มีเขตติดต่อกับ 2 ประเทศ คือที่แม่สอดและที่ภูดู่ ที่กำลังจะพัฒนาเจริญเติบโตต่อไป และอีกอย่างคือการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เมื่อโควิดหมดไปการค้าระหว่างประเทศจะมีความสำคัญ ต้องเชื่อมโยงไปที่รถไฟความเร็วสูงที่จีนกำลังจะเปิดใช้วันที่  2 ธันวาคม 2564

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

          - เรื่องความท้าทาย 5 จังหวัด การเชื่อมโยงในกลุ่มภูมิภาค สี่แยกอินโดจีนที่พูดถึงเสมอ ในอนาคตจะทำอย่างไร North, South, East, West จะทำอย่างไรให้เชื่อมโยงแนวทางการค้า การลงทุนทั้งหมด คงจะไม่ได้มองแค่ LIMEC จากอินโดจีนไป NSEC จะมีเชื่อมโยงค้าขายอย่างไร เกี่ยวข้องกันอย่างไร ซึ่งตรงนี้ต้องให้ชัดเจนเส้นทางรถไฟจากเวียงจันทน์หลวงพระบางไปจีน เราเชื่อมโยงจะทำอย่างไรกันต่อ เรื่องรถไฟรางคู่ความเร็วสูง ผ่านจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดแพร่ จะเชื่อมโยงตรงนี้ได้อย่างไร เรามีทางรถไฟจากตากไปกำแพงเพชร จากแม่สอดออกไปอีกเส้นหนึ่ง  

 

          - เรื่องการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดฯ กระจายคนการท่องเที่ยวอย่างไร เพื่อที่จะให้จังหวัดในกลุ่มจังหวัดมีเม็ดเงิน มาลงพิษณุโลกแล้วไปเพชรบูรณ์ มาสุโขทัย ไปตาก ไปกำแพงเพชร เราก็ต้องมารองรับว่ามีอะไรที่เราสามารถทำได้ในนามกลุ่มจังหวัดฯ เราจะทำอย่างไรที่จะให้เห็นศักยภาพว่ากลุ่มจังหวัดยังมีประโยชน์อยู่ ยังเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนได้ ฝากทุกท่านช่วยกันคิดช่วยกันเติม เพราะในแผนอีก 5 ปีข้างหน้า เป็นอะไรที่ท้าทาย โลกมันเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก

สำนักงบประมาณ :

          แผนพัฒนาควรจะคำนึงถึงความสอดคล้องกับแผนระดับต่าง ๆ รวมทั้งเป็นภารกิจของหน่วยงานด้วย คงจะต้องมีการดูว่าอันไหนเป็นเรื่องของ Function เกี่ยวกับงานของจังหวัด เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน รวมทั้งพิจารณาเรื่องความพร้อมด้วย บังเอิญอาจจะติดขัดเรื่องการใช้พื้นที่ทำให้มีการยกเลิกโครงการภายหลัง นอกจากนี้เกี่ยวกับเรื่องผลสัมฤทธิ์ ตัวชี้วัดต่าง ๆ ก็ควรจะมีความชัดเจน และในสถานการณ์โควิดนี้การเก็บรายได้ก็น้อยลง คือต้องพิจารณาเรื่องแหล่งเงินยอดงบประมาณด้วย มีเรื่องการติดตามและประเมินผลให้ครบถ้วนจะขอเสริมในส่วนของการที่เราประเมินแผนพัฒนาที่ผ่านมาที่มีพูดถึงการเอาปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขในแผนฉบับเก่าซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่สำนักงบประมาณจะต้องอธิบายด้วยเช่นกันว่าผลการดำเนินงานที่ผ่านมา แล้วเราสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงใด แล้วถ้ายังไม่ได้เราได้นำผลตรงนี้กลับมาบรรจุเพิ่มเติมหรือนำกลับมาแก้ไขต่อในแผนพัฒนาฉบับต่อไปหรือไม่ อย่างไร เพราะในฐานะคนที่ให้งบประมาณที่ผ่านมาเราอาจจะยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า 5 ปีผ่านไปแล้วงบประมาณที่เราให้ไปได้นำไปแก้ปัญหาในเรื่องใดบ้าง และเรื่องนี้ที่เราอยากเห็นจากแผนพัฒนาฉบับที่แล้วเมื่อยังไม่ได้รับการตอบสนอง พอมาฉบับนี้เรายังมี ความต่อเนื่องในการแก้ปัญหานั้นไว้หรือไม่ เรื่องนี้อาจจะเป็นที่สามารถเอามาเชื่อมโยงในแผนพัฒนาฉบับต่อไปของเรา ส่วนที่ตั้งเป้าไว้ในปี พ.. 2566-2570 ในส่วนของตัวเองมีประเด็นข้อสังเกตเรื่องด้านการท่องเที่ยว เพราะว่าลักษณะเป้าหมายที่เราต้องการเป็นประเด็นการพัฒนาที่ได้มาตรฐานและยั่งยืนเป็นศูนย์กลางการประชุมและสถานที่ราชการ ซึ่งตรงนี้อยากจะตั้งข้อสังเกตว่าการจัดอธิบายอาจจะต้องให้เกิดประโยชน์ต่อกลุ่มจังหวัดฯ เพราะอย่างที่บอกคือยอดเงินงบประมาณกลุ่มจังหวัดฯ การตั้งงบประมาณหรือการตั้งเป้าหมายในแต่ละเรื่อง ประโยชน์ควรจะต้องได้ร่วมกันทั้ง 5 จังหวัด อาจจะต้องดูว่ากิจกรรมที่จะเอามาดำเนินการมันสามารถตอบโจทย์ประเด็นการพัฒนาเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง

          - ขอเพิ่มเติมที่เราพูดถึงแผนปีที่แล้วคือแผน 5 ปีฉบับเก่ามันจะมีเรื่องด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสุขภาพ ซึ่งในแผนปีเก่าก็มีโครงการที่เสนอไว้ในแผนแต่ว่าถูกปรับออกในช่วงของการพิจารณากลั่นกรองแผนของ 4 หน่วยงาน เพราะว่าลักษณะโครงการอาจจะเป็นเรื่องที่ความซ้ำซ้อนกับภารกิจงานของ Function หรือประเด็นเป้าหมายการพัฒนาไม่ชัดเจนเพราะว่าเหมือนกับโครงการที่จะเสนอในแผนของปีนี้ จะมี 2 โครงการหลักในแผนพัฒนาปี 2566-2570 คือ

 

          1. โครงการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งทางที่ผู้ว่าสุโขทัยได้พูดไว้ก็เป็นหลักการเดียวกัน เป้าหมายต้องชัดเจน จะพัฒนาเรื่องไหนบ้าง เพราะคำว่าศักยภาพทรัพยากรมนุษย์อาจจะเป็นเรื่องที่กว้างมาก เลยดูเหมือนว่าเราต้องดูจากพื้นที่เราว่ามีความต้องการเรื่องใดหรือมีปัญหาเรื่องใด จากตัวข้อมูลที่อยู่ในแผนปัญหาหลักอย่างของจังหวัดสุโขทัยจะเป็นเรื่องด้านการศึกษา ส่วนตากและพิษณุโลกจะเป็นเรื่องการสร้างรายได้หรือส่งเสริมการมีงานทำเพราะฉะนั้นตัวโครงการ/กิจกรรมที่เสนออยู่ภายใต้โครงการใหญ่นี้ก็ต้องชัดเจนว่ามันต้องเป็นเรื่องนี้ให้สอดคล้องกับความต้องการอของจังหวัดที่อยากจะให้มี เพราะของอุตรดิตถ์ก็เป็นเรื่องคุณภาพชีวิต ส่วนเพชรบูรณ์ไม่ได้พูดเรื่องนี้ไว้

          2. เป็นการส่งเสริมการบริการสาธารณสุข คือจังหวัดที่มีความต้องการหรือบอกกรอบประเด็นปัญหามีแค่สุโขทัยและพิษณุโลก อันนี้คงต้องยกมาว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร เพราะว่าเท่าที่ผ่านมาการรับผิดชอบโครงการอย่างในส่วนของพิษณุโลกจะเน้นเรื่องการเป็นเมืองสมุนไพร เรายังมีความต้องการอยู่หรือไม่หรืออยากจะทำเรื่องอื่น แต่ต้องมีหลักการและประเด็นที่ชัดเจนเพราะว่าโครงการด้านการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตในงบกลุ่มจังหวัดต้องยอมรับว่าเราไม่เคยได้รับการจัดสรรงบประมาณมา ที่ผ่านมาเคยได้แต่งบในเรื่องของทำแผนอย่างเดียว

          ในการทำแผนแต่ละปีการจัดลำดับความสัมพันธ์เพื่อให้ครบทุกประเด็นพัฒนาเพื่อให้การพัฒนาของเราไปพร้อม ๆ กัน เรื่องนี้อาจจะต้องรบกวนให้ทางจังหวัดและกลุ่มจังหวัดพิจารณาโครงการที่มีความจำเป็น เร่งด่วน เป็นปัญหาหลัก ให้จัดลำดับความสำคัญมาให้ครบถ้วนเพื่อให้การพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน หลักการสำคัญคือเรื่องความพร้อม

ตัวแทนสำนักงาน LIMEC :

- สำนักงาน LIMEC  Thailand อยู่ที่หอการค้าจังหวัดพิษณุโลก อยากให้มีการศึกษาเรื่องรถไฟที่เชื่อมจากตากมาสวรรคโลก เพื่อจะต่อจากศิลาอ่างไปที่ภูดู่

อพท. 4 สุโขทัย

- ขอต่อจากสำนักงบประมาณที่บอกว่าการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวหรือการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานในส่วนของ 5 จังหวัดเราควรจะยึดมาตรฐานหลักสากล เช่น การจะเป็นเมืองสร้างสรรค์แห่งการเรียนรู้ของ UNESCO หรือการได้รางวัลสุดยอดแหล่งท่องเที่ยว 100 แห่งของโลก อยากให้ระบุเป็นตัวโครงการ/กิจกรรมลงไป

WHO?

          ในเรื่องที่มีการวิเคราะห์จุดแข็งเราจะเห็นว่าจังหวัดในกลุ่มเราจะมีสถาบันการศึกษาเป็นระดับมหาวิทยาลัยอยู่หลายจังหวัดและอยู่แบบกระจายกัน ในเรื่องการพัฒนากลุ่มจังหวัดฯ เราพูดถึงการพัฒนาด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรหรือว่าภาคของการท่องเที่ยว แต่ในตัวของนวัตกรรมและเทคโนโลยีเราไม่ได้พูดถึงมีการพัฒนาหรือสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีขึ้นมาประกอบการพัฒนาอยากจะให้นำแนวคิดนี้เป็นอีกตัวหนึ่งในเรื่องของการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อให้ไปตอบรับการพัฒนาด้านการเกษตรและด้านการท่องเที่ยว

ภาคประชาสังคมจังหวัดเพชรบูรณ์ :

          มีข้อเสนอเรื่องภาพรวมว่าแผนใหญ่ที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ควรจะทำร่วมกันในภาวะแบบนี้ขอเสนอเป็นเรื่องของแผนงานใหญ่ฟื้นฟูวิกฤตโควิดเศรษฐกิจของภาคเหนือตอนล่าง 1 เพื่อให้ทั้งประเทศได้เห็นว่าเรามีที่กักตัวอยู่ที่ไหน อยากจะให้ทำเรื่องนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว โดยกรณีที่เราควรทำคือเราควรจะเป็นศูนย์กลางในการฟื้นฟูสุขภาพอย่างครบวงจร ของกลุ่มที่เราสามารถดูแลกันได้ ที่เสนอแผนงานนี้เพราะเราเด่นทางเรื่องสมุนไพร ภูมิปัญญาไทย ซึ่งตอนนี้เราไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

3. การนำผลการรับฟังความคิดเห็นมาประกอบการพิจารณาแก้ไข

ผู้ว่าจังหวัดพิษณุโลก

          สิ่งที่ผู้ว่าสุโขทัยเสนอจะให้ทางทีมงานได้รับไว้แล้วก็จะไปดูว่ามีอะไรที่เป็นจุดรวมที่จะทำให้เกิดความเชื่อมโยงในกลุ่มจังหวัดของเรา ซึ่งขอเรียนว่ากลุ่มจังหวัดเหนือตอนล่าง 1 อยู่ในภูมิศาสตร์ที่เหมาะต่อการพัฒนาและเป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาค เพราะว่าเราอยู่บนระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้-ตะวันออก-ตะวันตก และเป็นชัยภูมิที่สำคัญ นอกจากนี้ยังมีโครงการที่เป็นระเบียงย่อย อย่างเช่น LIMEC ซึ่งท้ายที่สุดก็คือการเชื่อมโยงกับต่างประเทศด้วยเศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม การศึกษาต่าง ๆ ภายใต้การผลักดันของรัฐบาลที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ทางเอกชน  

          กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ได้พิจารณารับฟังความเห็นและข้อสังเกตข้างต้น และจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับแก้ไขเพิ่มเติมใน (ร่าง) แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 พ.ศ. 2566-2570 แล้วจะได้นำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.ก.) เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

วันที่ประกาศ : 08/09/2564 | 11:33 น.
วันที่แก้ไขล่าสุด : 28/05/2565 | 16:25 น.

ภาพ
เอกสารแนบ
  • รายงานสรุปผลการประชุมปรึกษาหารือรับฟังค.pdf - Download
; กลับสู่ด้านบน